“บางครั้ง เราก็ไม่รู้นะ. ว่าการได้มาทานอาหารร้านที่เก็บเซอร์วิสชาร์จมากกว่า 15% กับกระเป๋าตังค์หาย เราควรเลือกสิ่งใด.”
– ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ท่านหนึ่ง
“การที่บอนชอนเก็บ vat + service charge 17% ก็ไม่ได้แปลว่าก-ูจะไม่เสียเงินไปอีก คือไปกินทุกครั้งก็บ่นว่าเก็บห่-าไรเยอะแยะแต่ก็เดินเข้าไปแ-ดก”
– ผู้ใช้งานทวิตเตอร์อีกท่านหนึ่ง
ขอแค่มีการพูดถึงร้านอาหารที่เก็บทั้ง service charge ทั้ง vat อีกจนเยอะแบบงง ๆ ในโซเชียล ชื่อร้านที่ผุดเข้ามาในหัวชาวไทยเรา ๆ กันครึ่งต่อครึ่งคงหนีไม่พ้นร้านบอนชอน เห็น 10% กับ 7% ที่เพิ่มมาตรงท้ายบิลทีไรก็ต้องบ่นกันทุกที (อย่างเช่นทวิตข้างต้น) แต่ถึงอย่างนั้น จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านบอนชอนและรอคิวกันในแต่ละวัน รวมถึงจำนวนพี่ ๆ เดลิเวอรี่ที่จอดรอกันหน้าร้าน Bonchon Express กลับสวนทางกันกับความไม่พอใจที่คนส่วนมากมีร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด
ถ้าอย่างนั้น อะไรเป็นสาเหตุที่ร้านไก่เกาหลีเจ้าดังนี้ยังคงเป็นร้านยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภค ทั้ง ๆ ที่เก็บเงินเพิ่มกันอย่างขูดรีดขูดเนื้อขนาดนี้?
การเดินทางของบอนชอน : จากเกาหลี สู่อเมริกา และมาประเทศไทย
ร้านบอนชอน เปิดขึ้นครั้งแรกที่ปูซาน เกาหลีใต้ ในปี 2545 แต่ความนิยมในประเทศบ้านเกิดนั้นนับว่าไม่ได้โดดเด่นไปกว่าร้านไก่ทอดเกาหลีเจ้าอื่น ๆ เท่าไร ชื่อเสียงของบอนชอนเริ่มขึ้นหลังจากการเปิดสาขาที่อเมริกาในปี 2549 ก่อนจะขยายสาขาเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2554 ผ่านบริษัท มาชิสโสะ กรุ๊ป ซึ่งก่อตั้งโดย คุณธัญญา ศรีพัฒนาสกุล (ลี่) และ คุณพรพิมล วงศ์ศิริกุล (พอลลี่) ซึ่งรู้จักร้านบอนชอนตอนเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และมองเห็นโอกาสของร้านนี้ในการนำแฟรนไชส์มาเปิดที่ประเทศไทย
ในตลาดอาหาร QSR (Quick Service Restaurant) ที่ประเทศไทยในขณะนั้น กลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงที่สุดคือตลาดไก่ทอด ไม่ว่าจะด้วยร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้ายักษ์ที่มีสาขาทั่วโลกอย่าง KFC ไปจนถึงร้านไก่ทอดทั่วไปที่เจอได้ทุกเส้นถนนในประเทศไทย ทั้งในช่วงปี 2554 นั้น ยังเป็นช่วงที่กระแสเกาหลีฟีเวอร์เริ่มกระจายไปทั่วประเทศไทย ทำให้ร้านอาหารเกาหลีเริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ในตลาดอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากสถิติยอดขายและกำไรของร้านข้างต้นแล้ว อาจเรียกได้ว่า ปัญหาที่กล่าวมา ไม่นับเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของบอนชอนเลยแต่อย่างใด
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ Positioning ของบอนชอนไม่เหมือนไก่ที่ไหน ด้วยการเป็นร้าน International Brunch แบบ Modern Korean ทั้งยังแตกต่างจากร้านอาหารเกาหลีร้านอื่น ๆ ด้วยการขายความเกาหลีแบบโมเดิร์น มีความเป็น International ด้วยเมนูอาหารที่มีการฟิวชั่นกับอาหารแบบฝรั่ง เช่น นอกจากไก่ทอดและซุปกิมจิแบบเกาหลีแล้ว ก็มีสลัดกับเฟรนช์ฟรายส์ด้วยเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับจุดเริ่มต้นความโด่งดังของร้าน ที่มีจุดกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา
นอกจากจุดยืนทางการตลาดที่แตกต่างไปจากร้านอื่น ๆ และรสชาติไก่กรอบ ๆ แบบเกาหลีที่ถูกปากผู้บริโภคแล้ว บอนชอนยังประสบความสำเร็จจากปัจจัยความเป็นไก่ชิค ๆ แบบบอนชอนอีก 4 ประการเช่นกัน
1.ไก่ที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค
กลุ่มเป้าหมายหลักของบอนชอนนั้น ถูกเซ็ทมาตั้งแต่ร้านดั้งเดิมว่าเป็นกลุ่ม Millennials ที่มีฐานะปานกลางไปจนถึงดี (Middle Class to Upper-Middle Class) และต้องการ Authentic Expereince ในการรับประทานอาหารที่ร้านแบบ Unchain Chain ดังนั้น แฟรนไชส์ที่ทำร้านออกมาเหมือนกันเสียทุกกระเบียดนิ้วและมีแต่เมนูอาหารแบบเดิม ๆ จึงไม่ใช่ร้านโปรดของพวกเขา เนื่องจากในการจ่ายออกไปหนึ่งครั้ง พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่รสชาติอาหารที่ถูกปาก แต่ยังต้องการประสบการณ์ในการบริโภคที่น่าเชื่อถือและไม่จำเจอีกด้วย
บอนชอนทำในจุดนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเป็นแบรนด์ที่มีการยืดหยุ่นสำหรับแฟรนไชส์แต่ละที่ ร้านบอนชอนในแต่ละประเทศจะมีเอกลักษณ์ของร้านที่แตกต่างกัน ปรับให้เข้ากันกับลักษณะของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ เช่น ร้านบอนชอนที่อเมริกา จะถูกออกแบบมาในลักษณะกึ่งบาร์ ให้สามารถทานไก่คู่ไปกับเบียร์ได้ ขณะที่ร้านบอนชอนในประเทศไทย จะเป็นร้านอาหารแบบนั่งสบาย ตกแต่งโมเดิร์นสวยงาม มักตั้งอยู่ในห้าง เพื่อให้เป็นสถานที่ที่เพื่อนและครอบครัวสามารถมาทานข้าวด้วยกันได้ ทั้งยังมีการปรับเมนูให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคของชาวไทยที่จะทานข้าวคู่กับไก่ ด้วยการเพิ่มข้าวเหนียวเข้าไปในเซ็ทไก่ด้วย ในขณะที่เซ็ทต้นตำรับนั้นจะมีเพียงไก่และโคลวสลอว์เท่านั้น
ร้านบอนชอนที่อเมริกา ภาพจาก http://www.roidesign.com
2.ไก่ที่จับต้องได้
กลยุทธ์ในการตั้งราคาของบอนชอน เป็นการตั้งราคาแบบ Competition Price คือ ราคามีความใกล้เคียงกับร้านไก่คู่แข่งด้วยกัน (เมนูละประมาณ 100 บาทตั้งต้น) เป็นราคาที่กลุ่มเป้าหมายสามารถจะจ่ายได้ และพร้อมที่จะจ่ายเพื่ออาหาร ประสบการณ์ และความพึงพอใจที่จะได้รับจากการบริโภค
3.ไก่ที่อยู่ถูกที่และไปถูกทาง
กลยุทธ์ในการเลือกที่ตั้งร้านของบอนชอนนั้น เป็นการตั้งร้านแบบกระจายจากใจกลางเมืองออกสู่นอกเมือง และเน้นตั้งร้านในจุดที่กลุ่มเป้าหมายจะไป โดยสาขาแรกที่เปิดนั้นเป็นสาขาที่ทองหล่อ ซึ่งเป็นจุดรวมของกลุ่มเป้าหมายคนเมืองที่มีกำลังซื้อสูง และมีโอกาสที่จะแชร์ภาพลงบนโซเชียลมีเดีย ทำให้มีโอกาสที่ผู้บริโภคคนอื่นจะเห็นและทำให้กลายเป็นที่พูดถึงได้ ก่อนจะกระจายออกสู่จุดต่าง ๆ ในกรุงเทพ เช่น เซ็นทรัลอีสวิลล์ เอ็มควอเทียร์ ไอคอนสยาม เทอมินอล 21
ปัจจุบันบอนชอนมีทั้งสิ้น 40 สาขาทั่วประเทศไทย รวมถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และที่จังหวัดนครราชสีมากับพัทยาอีกด้วย
นอกจากที่ตั้งที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายแล้ว บอนชอนยังปรับตัวไปกับเทรนด์การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นเจ้าแรก ๆ ที่มีการร่วมมือกันกับบริษัทขนส่งเจ้าใหญ่ๆอย่าง Grab, Lineman, Foodpanda ทั้งยังมีร้านแบบ Bonchon Express ที่เปิดแยกเพิ่มออกมา โดยยังคงเป็นบริเวณใจกลางเมือง แต่ไม่ได้ตั้งอยู่ในห้าง และเน้นทำอาหารแบบเดลิเวอรี่ เป็นจุดที่ให้บริษัทขนส่งเหล่านี้มารับอาหารไป ทำให้ผู้บริโภคที่ไม่ชอบรอคิวที่ร้านนานๆและอยากรอรับอาหารที่บ้านสามารถมีตัวเลือกเพิ่มเติมได้ ทั้งยังทำให้การบริการของร้านอาหารในห้องไม่ต้องสะดุดให้กับการเตรียมอาหารเพื่อส่งเดลิเวอรี่ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องรอนานได้
4.ไก่ที่สื่อสารอย่างเข้าใจความคิดของผู้บริโภค
การสื่อสารของบอนชอน เน้นการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลักและมักเปิดรับข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยบอนชอนจะอัปเดตแบรนด์และทำให้แบรนด์ดูเฟรชอยู่เสมอด้วย Event และ Promotion ที่น่าสนใจ สื่อสารกับผู้บริโภคด้วย Content ที่มาจาก Insight ตรงใจผู้บริโภค และเข้ากับเทศกาลหรือกระแสในช่วงนั้น รวมถึงมี Content ที่ทำให้เกิด Engagement ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคออกมาอยู่เรื่อย ๆ ทำให้บอนชอนเป็นร้านไก่ทอดที่แปลกใหม่และอยู่ในของผู้บริโภคเสมอ ทั้งยังมีการใช้ Influencer ที่มีความคล้ายคลึงกันกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดี มีลักษณะความเป็น Community ของผู้บริโภคที่มีความเหมือนกัน ซึ่งการเลือกใช้ Influencer ที่ดูดีสำหรับกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่า การบริโภคบอนชอน จะทำให้ตนมีภาพลักษณ์ที่ดูดีเช่นเดียวกัน
กิจกรรมสร้าง engagement กับแบรนด์
Content เมนูที่เข้ากับเทศกาล
การใช้ Influencer
ลักษณะโปรโมชั่นของบอนชอนนั้น จะไม่ใช่โปรโมชั่นที่เน้นการลดแลกแจกแถม เนื่องจากแบรนด์เล็งเห็นว่า การลดราคาบ่อย ๆ จะทำให้มูลค่าของสินค้าลดลง และผู้บริโภคจะรอซื้อแค่ช่วงที่มีโปรโมชั่นเท่านั้น ดังนั้น เมื่อพูดถึงโปรโมชั่นของบอนชอน จึงจะมาในลักษณะของการลุ้นรับ Gift Voucher ผ่าน Challenge ต่างๆที่แบรนด์จัดขึ้น หรือการ Collab กับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างเมนูพิเศษสำหรับช่วงหนึ่ง ๆ เสียมากกว่า
Bonchon x After You Special Menu : Chicken Toast
Bonchon Chic BBQ : ถ่ายรูปกับเมนูใหม่ ลุ้นรับ Gift Voucher
ตัวอย่างเช่นกิจกรรม #BonchonChicBBQ นั้น ทางบอนชอนให้ผู้ร่วมกิจกรรมถ่ายภาพขณะทาซอส Chic BBQ แล้วโพสตฺลงเฟซบุ๊คหรืออินสตราแกรมของผู้ใช้งาน เพื่อลุ้นรีบ Gift Voucher มูลค่า 500 บาทเพื่อใช้ทานในร้านบอนชอน กิจกรรมนี้ช่วยให้ได้ฟรีมีเดียจากการโพสต์ภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละคน ทั้งยังขายจุดเด่นของเมนูใหม่ที่ต้องทาซอสลงบนไก่ก่อนรับประทานไปด้วยในตัวจากการบังคับท่าโพสของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งยังได้ยอดขายจากการที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาซื้อเมนูใหม่นี้ทานเพื่อถ่ายภาพ ทั้งรางวัลของผู้ชนะนั้น ยังทำให้ได้ผู้บริโภคที่กลับมาทานที่ร้านซ้ำอีกครั้งด้วย
นอกจากนี้ กิจกรรมนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ตรงกับลักษณะของความเป็น Consumer 4.0 ของเป้าหมาย คือเป็น Digital Natives ซึ่งพฤติกรรมการบริโภคและการตัดสินใจซื้อล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องทางออนไลน์ และมี Community ของตนเองเป็นอิทธิพลหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า การโพสภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะทำให้เพื่อนในวงสังคมออนไลน์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้จักเมนูใหม่ของบอนชอน ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากรู้อยากลองได้ เนื่องจากเห็นภาพของคนในวงสังคมที่ได้ไปลองเมนูใหม่นี้มาแล้ว สอดคล้องกับงานวิจัยเกี่ยวกับแบรนด์บอนชอน ว่า กว่าร้อยละ 58 ของผู้บริโภคบอนชอนนั้น รู้จักมาจากเพื่อน/คนรู้จักทั้งสิ้น
สรุปได้ว่า ความเป็นไก่ที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค จับต้องได้ อยู่อย่างถูกที่ถูกทาง และสื่อสารอย่างเข้าใจความคิดของผู้บริโภคนี้ ช่วยให้บอนชอนเป็นร้านไก่ที่ประสบความสำเร็จในตลาดปัจจุบัน ซึ่งคุณสมบัติความเป็นไก่ทั้ง 4 ข้อนี้ ก็คือ Marketing Mix พื้นฐานทั้ง 4 ข้อ : Product, Price, Place, Promotion นั่นเอง
นวลจันทร์ แซ่หลิม 5945074128
อ้างอิง :
Forbes : Fast-Growing Korean Fried Chicken Chain Bonchon Is Gaining On KFC
BillionMindset : เรียนรู้ 3 เทคนิคสำคัญ ทำให้ “ไก่ทอดบอนชอน” สร้างยอดขายปีละ 1,100 ล้าน
AmericanAcademy : ไขสูตรลับธุรกิจดัง บอนชอน ขายไก่ยังไงให้ได้ 1000 ล้าน!
BrandBuffet : บทเรียนธุรกิจ 5 ปี ‘บอนชอน’ ลูกค้าไม่บริโภคแบรนด์ แต่บริโภค “คุณภาพ”
เกตุวดี สมบูรณ์ทวี ฐานีย์ บุญประดิษฐ์ และวรรณมาศ ใจหนัก : ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเชื่อมั่นในตราสินค้าบอนชอนของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
SMEThailandClub : เพราะอะไร BonChon Chicken ถึงจับใจลูกค้าได้อยู่หมัด
Krungsri : เผยเคล็ดลับความสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์สไตล์เกาหลีกับสองสาวคนเก่งแห่ง Bonchon Chicken
Tweet from @KomsakAddams
Tweet from @thenesdaeqirlx